BAPE แฟชั่นแบรนด์ไฮสตรีทจากญี่ปุ่น

BAPE แฟชั่นแบรนด์ไฮสตรีทจากญี่ปุ่น

BAPE เป็นแบรนด์ สตรีทแฟชั่น Streetwear   และเป็นหนึ่งในแบรนด์เรียกที่เรียกได้ว่า “Hype”แบบสุด ๆ ไม่แพ้แบรนด์ดังอื่น ๆ และได้ Collab กับ แบรนด์Streetwear อย่าง SUPREME , Stussy , Carnival หรือแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย พูดได้เลยว่าหลายๆคนที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมสตรีทจะต้องรู้จัก Nigo และแบรนด์ของเขา “A Bathing Ape” อย่างแน่นอนเพราะว่ากำลังจะกลายเป็นกระแสหลักไปทั่วโลก

จุดเริ่มต้น BAPE

bape

A Bathing Ape หรือ BAPE มีจุดเริ่มต้นใน Ura-Harajuku ช่วงต้นปี 90 เหมือนกับ Streetwear ไอคอน อื่นๆ เช่น Neighborhood ของ Shin Takazawa, WTaps ของ Tetsu Nishiyama, Sk8thing, Hiroshi Fujiwara และอีกหลายๆแบรนด์ จริงๆแล้วคนพวกนี้เป็นเพื่อนกันมาก่อนซึ่งต่างคนก็ไปทำกิจการของตัวเองและคอยช่วยเหลือกัน หลังจากทำงานเป็น Stylist และ Editor ให้กับนิตยสาร Popeye Nigo เปิดร้านเป็นของตัวเองชื่อว่า “Nowhere” โดยทำร่วมกับ Jun Takahashi ที่เป็นเจ้าของ Undercover และหลังจากทำงานกับ Sk8thing แบรนด์ A Bathing Ape หรือ BAPE ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้น

Nigo เป็นแฟนตัวยงของ Pop culture ในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งชื่อของแบรนด์นั้นก็มีที่มาจากหนังเรื่อง Planet of Apes และสำนวนญี่ปุ่น “A bathing ape in lukewarm water” พูดถึงความขี้เกียจของคนญี่ปุ่นที่นั่งแช่น้ำร้อนแบบเรื่อยเปื่อยจนน้ำเย็นลง Nigo เลือกใช้ชื่อนี้เพราะเหมือนว่าเขาพยายามที่จะจิกกัดความขี้เกียจและบริโภคอย่างไม่ลืมหูลืมตาของวัยรุ่นญี่ปุ่น

ความยิ่งใหญ่ของ BAPE ในญี่ปุ่น

ร้าน Nowhere ภายใต้การนำของ Nigo กลายเป็นรากฐานของกระแสใน Ura-harajuku เพราะกลิ่นอายการผสมผสานระหว่างแบรนด์สตรีทอเมริกันและความเป็นสปอร์ตแวร์ A Bathing Ape ได้สร้างนิยามที่เรียกว่า “Urahara style” หรือ Underground Harajuku ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์และเสื้อผ้าจากฝั่งอเมริกัน ควบคู่ไปกับแบรนด์ใหญ่เช่น Neighborhood หรือ Hysteric Glamour

หลังจากได้รับความช่วยเหลือจาก Stüssy และ James Lavell แห่ง UNKLE & Mo’Wax records, BAPE พัฒนาตัวเองกลายเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นใน Tokyo และเป็นเหมือนช๊อปลับสำหรับชาวต่างชาติ การแพร่กระจายของ BAPE เกิดขึ้นจากการเล่าปากต่อปากของคนมีโอกาสไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วได้เสื้อผ้าหรือแมกกาซีน BAPE ติดไม้ติดมือมาด้วย

BAPEกับความ EXCLUSIVE

BAPE นั้นเป็นที่รู้กันถึงเรื่องจำนวนสินค้า ที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด ทำให้ BAPE เป็นไอเทมล้ำค่าที่ไม่สามารถหามาใส่กันได้ง่ายๆ และความที่มันหายากนี่แหละทำให้ตัวสินค้ามีความพิเศษ เดิมทีตอนที่ Nigo เริ่มกิจการใหม่ๆ เขาไม่ได้มีงบในการลงทุนมากนัก ทำให้เขาสามารถสั่งผลิตเสื้อเชิร์ตได้แค่ราวๆ 50 ตัวต่อสัปดาห์ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ชอบไอเดียที่ทุกคนแต่งตัวเหมือนๆกันหมด

ในปี 1998 มีประมาณ 40 ร้านในญี่ปุ่นที่มีสินค้าของ BAPE แต่ว่า Nigo ก็ตัดสินใจยกเลิกการขายส่งแล้วก็มาโฟกัสที่สาขาหลักในโตเกียวอย่างเดียว ด้วยการตัดสินใจอันเฉียบขาดของ Nigo ยอดขายของแบรนด์ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถือว่าเป็นจุดแรกเริ่มของความ Hype ที่ทุกคนเริ่มออกล่าสินค้าที่มีจำนวนจำกัดจนกลายเป็นวัฒนธรรมการต่อคิวที่เราเห็นๆกันอยู่ทุกวันนี้

ปีทองของ BAPE

ในช่วงปลายปี 90 จนถึงต้นปี 2000 เป็นปีทองของ BAPE ซึ่งทำยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยมในญี่ปุ่น แถมตัวพ่อแห่งวงการแร๊ปอย่าง Notorious B.I.G ก็ให้ความสนใจและนำ BAPE เข้าสู่กระแสวัฒนธรรม Hip-hop และหลังจากนั้น Nigo ก็ได้พบกับ Pharrell Williams

BAPE กับ Pharrell ดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานที่ลงตัว เนื่องด้วยความที่ BAPE เป็นแบรนด์ค่อนข้างฉูดฉาดในเรื่องสไตล์บวกกับ Pharrell ที่เป็นเหมือนไอค่อนของวัยรุ่น ถึงแม้ว่าสินค้าจะยิ่งหายากขึ้นไป แต่ว่าก็ไม่สามารถหยุดกระแสความนิยมที่มีต่อแบรนด์ได้

หลังจากที่ BAPE ทำการคอลแลปกับ Billionaire Boys Club และ Ice Cream ของ Pharell เสื้อ Oversized ลวดลายสีสันฉูดฉาดก็ได้ขยับขึ้นเป็นเทรนด์ของ Hip-hop แฟชั่นรุ่นใหม่ และในปี 2005 และ 2006, BAPE ได้เปิดสาขาหลักนอกประเทศครั้งแรกที่ New York กับ Los Angeles และในเวลาใกล้เคียงกันก็ได้ Kanye West มาออกแบบรองเท้าให้อีกด้วย

จุดเปลี่ยนอีกอย่างคือช่วงปี 2007 ในเอ็มวีเพลง Crank Dat ของ Soulja Boy เสื้อผ้าคอลเล็กชั่นของ BAPE พร้อมกับท่อนแร๊ปที่ว่า “I got me some Bathin’ Ape” ทำให้ BAPE กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม Hip-hop อย่างเต็มตัวและถูกสถาปนาให้หนึ่งในไอเทม Streetwear สุดเจ๋งที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

ความเสื่อมถอยของแบรนด์และการลาออกของ Nigo

ถึงแม้ว่า BAPE จะเปิดตัวและประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในอเมริกาดินแดนแห่งภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่ BAPE ก็ต้องประสบปัญหาหลายๆอย่างตามมา ด้วยความหายากและราคาที่แพงสุดๆ ทำให้เกิดวัฒนธรรมการซื้อของปลอมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งส่งผลกระทบค่อนข้างมากกับตัวแบรนด์ BAPE กลายเป็นแบรนด์กระแสที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในอเมริกา ไม่เหมือนกับตอนที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น ในปี 2010 A Bathing Ape กลายเป็นแบรนด์ตกกระแสและมีข่าวออกมาว่าบริษัทเป็นหนี้ถึง 22.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ Nigo ก็ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO และในปี 2011 BAPE ได้ถูกขายให้กับ I.T กลุ่มบริษัทแฟชั่นในฮ่องกงในราคาแค่ 2.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในสองปีถัดมา Nigo ก็ยังอยู่กับบริษัทเพื่อช่วยในเรื่องที่บริษัทกำลังเปลี่ยนมือ และในเวลาเดียวกันก็ได้ออกคอลเลคชั่นในฐานะ Creative Director ให้กับ Uniqlo

BAPE ในปัจจุบัน

หลังจากการเปลี่ยนมือผู้บริหาร BAPE ได้เปลี่ยนไปจากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เรื่องความหายากและเซอร์ไพรส์ที่มีให้ผู้บริโภค กลายเป็นแบรนด์ Streetwear ร่วมสมัยที่เหมือนจะทำมาเอาใจผู้บริโภคกระแสหลักไปซะมากกว่า แจ๊คเก็ตลายฉลามที่เคยเป็นแรร์ไอเทมได้กลายเป็นสินค้าปล่อยออกมาแทบจะทุกๆซีซั่นและลายพรางอันขึ้นชื่อของ BAPE ก็ได้เป็นหนึ่งในลายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสไตล์ Streetwear ร่วมสมัย ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน BAPE อาจจะไม่ได้มีความใกล้เคียงกับที่มันเคยเป็นเลย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ยังเป็นแบรนด์ที่เป็นนิยามของความ Hype และผู้บริโภคก็ยังกระหายที่จะซื้อไม่ว่าจะออกสินค้าอะไรมา

BAPE ได้กลายเป็นแบรนด์ที่เข้าสู่แฟชั่นและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคกระแสหลัก เสื้อลาย Camo ประดับด้วยตรา BAPE ดูเหมือนจะเป็นของที่ต้องมีสำหรับวัยรุ่นในยุคนี้ สิ่งที่ทำให้ BAPE เป็นมากกว่าแบรนด์กระแสคือประวัติและอิทธิพลของตัวแบรนด์และ Nigo ผู้ก่อตั้ง จริงอยู่ที่ Supreme นั้นเป็นเหมือนสุดยอดเครื่องจักรแห่งความ Hype แต่ว่า A Bathing Ape ต่างหากคือแบรนด์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเป็นที่เป็น “Lifestyle Brand” อย่างแท้จริง